กันยายน 3, 2026

เลือก ‘ลอนกระดาษลูกฟูก’ ให้เหมาะกับน้ำหนัก ช่วยเซฟค่าส่ง

เลือก ‘ลอนกระดาษลูกฟูก’ ให้เหมาะกับน้ำหนัก ช่วยเซฟค่าส่ง

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และผู้ประกอบการทุกท่าน การแพ็กสินค้าเพื่อจัดส่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งต้นทุนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ หลายคนอาจเคยประสบปัญหาค่าส่งแพงเกินจริง หรือสินค้าเสียหายระหว่างขนส่งเนื่องจากเลือกใช้กล่องที่ไม่เหมาะสม วันนี้เราจะมา เจาะลึกเรื่อง ‘ลอนกระดาษลูกฟูก’ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับน้ำหนักสินค้าและช่วยเซฟค่าส่ง เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่องกระดาษลูกฟูกที่เราเห็นกันทั่วไปนั้นไม่ได้มีโครงสร้างที่เหมือนกันทั้งหมด สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในผนังกล่องคือแนวลอนโค้งที่ทำหน้าที่คล้ายสปริงคอยรับแรงกระแทก การเข้าใจคุณสมบัติของลอนแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณออกแบบกล่องพัสดุที่พอดีกับสินค้า ไม่หนาหรือบางจนเกินไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณค่าบริการของบริษัทขนส่งในปัจจุบัน

ทำความรู้จักกับประเภทของลอนกระดาษลูกฟูก

โครงสร้างของกระดาษลูกฟูกประกอบด้วยกระดาษแผ่นเรียบประกบด้านนอก และกระดาษทำลอนที่อยู่ตรงกลาง ความสูงและความถี่ของลอนแต่ละประเภทจะเป็นตัวกำหนดความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่แตกต่างกันออกไป โดยลอนที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งมีดังนี้

ลอน A (Flute A) – หนาและยืดหยุ่นสูง

ลอนประเภทนี้มีความหนาประมาณ 4.5 ถึง 4.8 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติในการรับแรงกระแทกในแนวตั้งได้ดีที่สุดเนื่องจากมีความสูงของลอนมาก เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษจากการกดทับ แต่ข้อเสียคือกล่องจะมีขนาดค่อนข้างหนาและใช้พื้นที่ในการจัดเก็บค่อนข้างมาก

ลอน B (Flute B) – บางแต่ทนต่อการเจาะทะลุ

ด้วยความหนาประมาณ 2.5 ถึง 2.8 มิลลิเมตร ลอน B จึงมีความบางและมีความถี่ของลอนสูง ทำให้ผิวหน้าของกล่องเรียบเนียนกว่า เหมาะสำหรับการพิมพ์ลวดลายลงบนกล่อง และยังมีความทนทานต่อการกดทับในแนวนอนและการเจาะทะลุได้ดี นิยมนำมาใช้ทำกล่องไดคัทหรือกล่องใส่ของขนาดเล็ก

ลอน C (Flute C) – ลอนเอนกประสงค์ยอด