คู่มือเลือก Flute Types กระดาษลูกฟูก ป้องกันสินค้าเสียหาย
การส่งสินค้าออนไลน์หรือการขนส่งสินค้าไปยังผู้รับปลายทาง สิ่งที่ผู้ขายกลัวที่สุดคือ “สินค้าเสียหายระหว่างทาง” หลายครั้งที่เราแพ็คสินค้าอย่างดี พันพลาสติกกันกระแทกหนาเตอะ แต่กล่องภายนอกกลับบุบหรือยุบตัวจนทำให้ของข้างในพังเสียหาย ปัญหานี้มักเกิดจากการเลือกใช้กล่องกระดาษลูกฟูกที่ไม่เหมาะสมกับน้ำหนักและประเภทของสินค้า
การทำความเข้าใจเรื่อง Flute Types หรือประเภทของลอนกระดาษลูกฟูก จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกกล่องที่แข็งแรงพอดีกับสินค้า ช่วยลดต้นทุนค่าแพ็คเกจจิ้ง และป้องกันความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทำความรู้จักกับลอนกระดาษลูกฟูก
หากเราสังเกตที่ขอบตัดของกล่องกระดาษลูกฟูก เราจะเห็นแผ่นกระดาษที่มีลักษณะเป็นคลื่นหยักอยู่ตรงกลางระหว่างกระดาษแผ่นเรียบ คลื่นหยักเหล่านี้เรียกว่า “ลอน” (Flutes) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพคอยซับแรงกระแทกจากภายนอกและเพิ่มความแข็งแรงในการวางซ้อน
การแบ่งประเภทของลอนหรือ Flute Types จะวัดจากความสูงของลอนและจำนวนลอนต่อฟุต ซึ่งลอนแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติในการรับน้ำหนัก แรงกดทับ และแรงกระแทกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกใช้ลอนที่ผิดประเภทอาจทำให้กล่องยุบตัวได้ง่ายเมื่อถูกวางซ้อนกันในรถขนส่ง
เจาะลึกประเภทลอนกระดาษลูกฟูกยอดนิยม
ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีลอนกระดาษลูกฟูกอยู่หลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการขนส่งและจัดจำหน่ายสินค้าทั่วไป มีดังนี้
ลอน A (A-Flute) – หนาพิเศษ ซับแรงกระแทกดีเยี่ยม
ลอน A เป็นลอนที่มีความหนามากที่สุดในกลุ่มลอนเดี่ยว โดยมีความหนาประมาณ 4.5 – 5.0 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นและซับแรงกระแทกจากด้านข้างได้ดีมาก เหมาะสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักปานกลางถึงมาก หรือสินค้าที่ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ แต่ข้อเสียคือไม่เหมาะกับการพิมพ์ลายละเอียดสูงๆ เพราะพื้นผิวไม่เรียบเนียนเท่าที่ควร
ลอน B (B-Flute) – แข็งแรง เจาะทะลุยาก เหมาะกับกล่องขนาดเล็ก
ลอน B มีความหนาประมาณ 2.5 – 3.0 มิลลิเมตร มีลอนที่ถี่กว่าลอน A ทำให้ทนทานต่อการเจาะทะลุและรับแรงกดในแนวตั้งได้ดี พื้นผิวมีความเรียบมากกว่า จึงพิมพ์ลวดลายบนกล่องได้สวยงาม นิยมนำมาใช้ทำกล่องส่งของขนาดเล็ก กล่องไปรษณีย์ ฝากล่อง หรือแผ่นกั้นกันกระแทกภายในกล่อง
ลอน C (C-Flute) – ลอนอเนกประสงค์ยอดนิยมที่สุด
ลอน C มีความหนาประมาณ 3.5 – 4.0 มิลลิเมตร เป็นลอนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างลอน A และลอน B จึงดึงข้อดีของทั้งสองลอนมารวมกัน คือรับแรงกระแทกได้ดีและรับน้ำหนักจากการวางซ้อนได้สูง กล่องขนส่งสินค้าทั่วไปส่วนใหญ่ในตลาดมักจะใช้ลอนประเภทนี้ในการเดินทางข้ามจังหวัด
ลอน E (E-Flute) – บางเฉียบ ประหยัดพื้นที่ พิมพ์ลายสวย
ลอน E มีความหนาเพียง 1.1 – 1.5 มิลลิเมตร เท่านั้น เป็นลอนขนาดเล็กที่เน้นความสวยงามและการประหยัดพื้นที่จัดเก็บ เหมาะสำหรับกล่องบรรจุภัณฑ์สินค้าพรีเมียม กล่องเครื่องสำอาง หรือกล่องอาหารเสริมที่ตัวสินค้าภายในมีขวดหรือกระปุกที่แข็งแรงอยู่แล้ว และไม่ต้องการการกันกระแทกจากกล่องชั้นนอกมากนัก
ลอนสองชั้น BC (BC-Flute) – แข็งแกร่งคูณสอง สำหรับสินค้าหนัก
เมื่อต้องขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อะไหล่ยนต์ หรือผลไม้สด การใช้กล่องลอนเดี่ยวอาจไม่เพียงพอ จึงมีการนำลอน B และลอน C มารวมกันเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น (Double Wall) ซึ่งมีความหนาประมาณ 6.0 – 7.0 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการวางซ้อนและทนแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีเลือกความหนาและลอนกระดาษให้เหมาะกับสินค้า
การเลือก Flute Types ที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้านเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุด ดังนี้
1. พิจารณาน้ำหนักของสินค้า: หากสินค้ามีน้ำหนักเบา (ไม่เกิน 2-3 กิโลกรัม) สามารถใช้ลอน B หรือลอน E ได้อย่างปลอดภัย แต่หากสินค้ามีน้ำหนักมากกว่า 10 กิโลกรัมขึ้นไป ควรขยับไปใช้ลอน C หรือลอนสองชั้นอย่าง BC เพื่อป้องกันกล่องขาดหรือทะลุระหว่างยกขน
2. พิจารณารูปแบบการขนส่งและการวางซ้อน: หากสินค้าต้องถูกส่ง